wake เชลซี

วันอังคารที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

P.Cech บอกขุนพลเชลซี!! เราจำเป็นต้องช่วย AVB!!!

เมื่อผลศึกยูฟ่าฯ ออกมา 3-1 เช่นนี้ P.Cech มือโกล์
หมายเลขหนึ่งของสิงห์บลูส์รู้ดีเลยว่า ความผิดพลาด
ในสนามเช่นนี้ไม่ได้ช่วยเหลือ AVB เลยสักนิด! หรือ
แม้แต่เหล่าขุนพลเชลซี

P.Cech กล่าวกับ Sky Sports ว่า

"พวกเรารู้ดีว่าเจ้านายพยายามหนักมากเพื่อพวกเรา

เขาเตรียมเกมทุกเกมด้วยความเอาใจใส่ 100% เต็ม!
และเราก็ชื่นชมเจ้านายมากในฐานะที่เป็นขุนพล

แต่ถ้าหากคุณมีขุนพลมากมายทำความผิดพลาดขึ้น
มาในสนามมากมายล่ะก็ เจ้านายก็ตามช่วยไม่ได้ทัน
หรอก

ผมคิดว่าเกมนี้เป็นเกมที่น่าทึ่งสำหรับแฟนที่ตามดูเกม
counter-attack เยอะมาก โจมตีแบบสั้นๆ และพวก
เขาสร้างโอกาสมากมาย

แต่ถ้าหากคุณมาเยือนทีมที่สร้างโอกาสทำสกอร์มาก
มาย แล้วปล่อยให้พวกเขาทำในสิ่งที่ถนัด คุณจะถูก
ลงโทษเลยล่ะ

เราขึ้นนำ 0-1 แต่หลังจากนั้นเขาได้สกอร์คืนไปมาก
กว่า 1 ลูก มาครึ่งหลังพวกเขารอที่จะอยู่ในแนวหลัง
และรอ counter-attack

เราพยายามทำสกอร์นะแต่มันอันตรายมาก และสุด
ท้ายพวกเขาก็ได้สกอร์ที่ 3"

ขอขอบคุณข่าวจาก http://www.football365.com/news/21554/7 ... o-help-AVB?

เอาแล้ว!โคลคล้ำแกนนำแข้งสิงห์ต้านโบอาส

เชลซีสโมสรมหาเศรษฐีจากอังกฤษกำลังประสบมรสุมทั้งในเรื่องฟอร์มการเล่น และปัญหาภายในสโมสร โดยล่าสุดมีรายงานว่าแข้งจอมเก๋าทั้งหลายอย่างแอชลี่ย์ โคล, แฟรงค์ แลมพาร์ดและมิคาเอล เอสเซียงไม่พอใจกับการทำทีมของอังเดร วิลลาส-โบอาสแบบสุดๆ

เชลซีเพิ่งจะบุกไปพ่ายให้กับนาโปลี 3-1 โดยมีฟอร์มการเล่นที่ย่ำแย่ ไม่สามารถต่อกรกับทีมจากอิตาลีได้ ซึ่งแม้ว่าโบอาสจะยืนยันว่าโรมัน อับราโมวิชหนุนหลังการทำทีมของเขา แต่เหล่านักเตะคนสำคัญหลายๆคนเริ่มไม่พอใจกับแท็คติกส์การเล่นของเขาแล้ว

ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โบอาสได้จัดการประชุมเพื่อสะสางปัญหาต่างๆ และถามความคิดเห็นของนักเตะแต่ละคนออกมาตรงๆ โดยเป็นแอชลี่ย์ โคลที่จวกเขาแบบไม่ไว้หน้า

"ผมมาที่นี่เพื่อคว้าเหรียญรางวัลและแชมป์ต่างๆ แต่ผมคงไม่มีวันทำแบบนั้นได้ภายใต้แท็คติกส์การเล่นของคุณ" คำพูดดังกล่าวเป็นคำพูดที่ถูกวงในเปิดเผยออกมา

นอกจากนี้แอชลี่ย์ โคลยังรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเขาต้องลงเล่นเหมือนกับหุ่นยนต์ที่คอยรับคำสั่งจากโบอาสว่าจะต้องเล่นอย่างไร แทนที่จะให้อิสระเขาในการเล่นมากกว่า

คาดว่าจากเหตุการณ์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาทำให้แอชลี่ย์ โคลถูกโบอาสมองว่าเขาพยายามจะสร้างปัญหาเป็นเรื่องของคนสองคน และถูกดร็อปเป็นตัวสำรอง ก่อนจะถูกเปลี่ยนตัวลงสนามมาแทนที่โฆเซ่ โบซิงวาที่ได้รับอาการบาดเจ็บตั้งแต่นาทีที่ 12


ขอบคุณ soccersuck.com

โบอาสมั่นใจกลับถ้ำคว้าชัยทะลุเข้ารอบ8ทีมได้

อังเดร วิลลาส-โบอาส ผู้จัดการทีมเชลซีให้สัมภาษณ์มั่นใจว่าลูกทีมของเขาจะสามารถกลับไปเล่นในสแตมฟอร์ด บริดจ์และเก็บผลการแข่งขันที่ต้องการผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายได้ แม้จะพ่ายมาก่อน 3-1 ก็ตาม

"พวกเรามั่นใจว่าพวกเราจะสามารถเปลี่ยนผลการแข่งขันนี้ได้ที่เดอะ บริดจ์เพราะว่าโอกาสการทำประตูที่พวกเรามี"

"หากพวกเราคมกว่านี้สักหน่อยและมีประสิทธิภาพกันหน้าประตูมากกว่านี้ นั่นคือความแตกต่างของสองทีมในคืนนี้"

"พวกเขามีประสิทธิภาพในแบบที่พวกเราไม่สามารถทำได้ และพวกเราก็ต้องจ่ายค่าเสียหายอย่างใหญ่หลวงในความผิดพลาดที่พวกเราก่อขึ้น"

"แต่ผมมั่นใจ พวกเราสร้างโอกาสได้มากมายในค่ำคืนนี้ และหากพวกเราสามารถทำแบบนั้นได้อีกในเกมที่บ้าน พวกเราจะมีโอกาสทุกๆโอกาสในการผ่านเข้ารอบต่อไป"

"พวกเราจะวิเคราะห์เกมการแข่งขันกันอย่างเต็มที่เพราะว่ามีสองสามสิ่งที่จะต้องดีขึ้น"

"ผมเห็นด้วยนะที่พวกเราจะต้องมีสมาธิมุ่งมั่นกับการทำงานของแผงกองหลังและแก้ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น"


ข้อมูลจาก soccersuck.com

Mata บอกแฟนเชลซี!! สิงห์บลูส์ยังไม่ตาย!!!!

ถึงแม้ว่าเชลซีจะพ่ายไป 3-1 แต่ในสิ่งร้ายๆ ก็มีสิ่งดีๆ
แอบแฝงอยู่

มู้นี้เราจะไปคุยถึงความรู้สึกของขุนพลผู้ทำให้เชลซี
ได้อเวย์โกล์อย่าง J.Mata กัน!!! โดย Mata เชื่อว่า
หนทางศึกยูฟ่าฯ ของเชลซียังไม่ตายสนิท

ความพ่ายแพ้ครั้งนี้สร้างแรงกดดันให้ AVB อีกครั้ง
ซึ่งแม้แต่ Mata เองก็เข้าใจดี ซึ่งเกมนี้ AVB ได้ส่ง
Frank Lampard และ Michael Essien ลงไป แต่ก็
ไม่สามารถช่วยแนวรับที่มีอยู่แล้วได้มากนัก

ในบรรดาโอการทำสกอร์ที่มีไม่กี่ครั้งนั้น ยากมาก
ที่จะหลุดมือนายทวาร Morgan De Sanctis ไปได้!!
และ Mata กลายเป็นขุนพลที่ถูกคาดหวังให้ยุติ end-
to-end encounter ให้ได้ด้วย

"สกอร์ 0-1 นี่เป็นผลที่สุดยอดมากเลยนะ แต่เราก็
รักษามันไว้ไม่ได้

Napoli เป็นทีมที่แข่งในบ้านที่แข็งแกร่งมาก แต่เรา
ก็ยังมีเลกที่ 2 อยุ่ เราจะจัดเต็มที่บ้านของเรา

ผมรู้ดีนะว่าเขาจะบุกใส่เรา เพราะเขาวางแนวหลัง
แค่ 3 คน แถม Cavani, Lavezzi และ Hamsik นั้น
เร็วในการบุกแบบ counter-attack มาก

แต่เกมนี้เราก็มีโอกาสทำสกอร์ล่ะ และเราจะปรับ
ให้เป็นโอกาสของเราที่ the Bridge

ผมมั่นใจในทีมของเรา เรายังไม่ตายสักหน่อยอ่ะ
มันไม่ง่ายสำหรับเราแต่ผมเชื่อว่าเราทำได้"

ขอขอบคุณข่าวจาก http://www1.skysports.com/football/news/11095/7537114/?
วัดใจกันดูสักที สำหรับอาร์เซนอลที่สะกิดทางเชลซีว่า ถ้าหากต้องการตัวธีโอ วัลค็อตต์จริง ก็จะต้องยอมปล่อยตัวดาเนียล สเตอร์ริดจ์ออกมา

The Sun รายงานว่า ปีกความเร็วแสงมีแววที่จะย้ายตัวแบบสุดช็อกสลับขั้วกับเพื่อนร่วมทีมชาติอังกฤษอย่างสเตอร์ริดจ์ในช่วงซัมเมอร์ที่จะถึงนี้

วัลค็อตต์น่าจะมีค่าตัวเพียงแค่ 10 ล้านปอนด์ จากการที่เขาเหลือสัญญาอยู่เพียงปีเดียว ในขณะที่สเตอร์ริดจ์จะหมดสัญญาลงใน ปี 2014

อาร์แซน เวนเกอร์กุนซือของ “ปืนใหญ่” อยากที่จะหาหัวหอกตัวใหม่ให้กับทีมและตามดูสเตอร์ริดจ์ซึ่งกำลังโกรธเกรี้ยวจากการที่ไม่ได้รับสัญญาใหม่ในถิ่นแสตมฟอร์ด บริดจ์เสียที

ทัพสิงโตน้ำเงินคราม.. ทรงนี้ 'สะเปะสะปะ' !!!!!???

..........ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาผมพยายามตั้งทฤษฏีค้นหาอยู่นานว่าอะไรคือปัจจัยหลักที่ทำให้ผลงานของลูกทีม อังเดร วิลลาส โบอาส ณ ปัจจุบันนี้อยู่ในช่วงที่ลูกผีลูกคน เอาแน่เอานอนกับผลการแข่งขันไม่ได้... ไม่ว่าจะเป็น 11 ตัวจริงในใจหรือแม้แต่ปัญหาภายในก็ยังเป็นเรื่องที่น่าสงสัย..

ผมลองไปรื้อดูฟูลแมทเก่าๆ หรือไฮไลท์ที่เคยเก็บเอาไว้หลายฤดูกาลแล้วเทียบความแตกต่างระหว่างช่วงปลายของ คาร์โล อันเชล็อตติ กับ โบอาส ปรากฏว่ามีอยู่ 1สิ่งที่คล้ายกันอย่างมาก.. จะบอกว่าข้อดีก็ไม่ใช่ จะว่าข้อร้ายก็ไม่เชิง
arsenal pics
นั่นคือ 10 นัดในลีกหลังสุดของกุนซือชาวอิตาเลี่ยนได้ประตูจากลูกโอเพ่นเพลย์ประเภท "ยิงจ่อๆ" ถึง 6 ลูกด้วยกัน.. ส่วนทางด้าน 10 นัดหลังสุดของ โบอาส ได้ถึง 8 ประตู ซึ่งถ้ามองโลกแง่บวกก็คือหากมีโอกาสแบบจะๆ มักไม่ค่อยจะพลาด แต่ถ้าหากมองถึงผลเชิงลบก็คือการที่หวังแต่จะยิงแบบจ่อๆ ตลอดเวลามันบ่งบอกได้ว่า "มิติเกมรุก" นั้นน้อยเกินไปจริงๆ ครับ

คือเรียกได้ว่าโอกาสในการเข้าทำแบบหวือหวามันมีไม่มากพอ เลยต้องหวังการยิงประตูประเภทดันฟูลแบ็คเติมแล้วครอสให้กองหน้าเช้าชาร์จจ่อๆ ในกรอบเขตโทษซึ่งมันเป็นสูตรมาตรฐานสำหรับฟุตบอล แต่ก็ต้องยอมรับว่านำมาใช้กับเกมใหญ่ๆ ที่คู่แข่งจัดว่า "เขี้ยวลากดิน" ไม่ค่อยได้เท่าไหร่นัก

ผมมองว่าทรงบอลของ เชลซี ในปัจจุบันนี้ค่อนข้าง "สะเปะสะปะ" อย่างบอกไม่ถูกถ้าหากพูดกันถึงโครงสร้างของทีม.. ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าผู้เล่นตัวหลักล้วนแล้วแต่ผ่านจุดสูงสุดกับสโมสรในยุคสมัยของ โชเซ่ มูรินโญ่ มาก่อนแล้ว.. โดยเฉพาะทางด้าน ดิดิเยร์ ดร็อกบา ที่เป็นคีย์แมนหลักในการสร้างทีมชุดดับเบิ้ลแชมป์ 2004-05 และ 2005-06

มูรินโญ่ เข้ามาสร้างทีมโดยการใช้วิธีการเล่นจู่โจมทางด้านข้างด้วยปีกเป็นหลักโดยมีทาง ดร็อกบา เป็นกองหน้าตัวค้ำอยู่ตรงกลาง.. 2 ฤดูกาลแรกของศูนย์หน้าชาว ไอวอรีโคสต์ จัดว่าทำประตูได้ไม่มากเท่าไหร่นัก หากแต่ว่าถ้าพูดกันถึงผลลัพธ์ที่ ดร็อกบา ทำไว้จัดว่าเข้าสูตรระบบ 4 - 3 - 3 ของ มูรินโญ่ อย่างถึงที่สุด

ทีมชุดนั้นมีตัวริมเส้นพีคแบบเต็มสตรีมในฤดูกาล 2005-06 โดยมี อาร์เยน ร็อบเบน , โจ โคล , ดาเมี่ยน ดัฟฟ์ และ ฌอน ไรท์ ฟิลลิป ซึ่งสามารถสลับสับเปลี่ยนกันได้ตลอดเวลา แถมมีทางเลือกทางแท็คติคมากมายไม่ว่าจะเป็นการจับเอา ร็อบเบน ไปเล่นเป็นปีกซ้ายลากไปเปิดหรือแม้แต่ขึ้นทางกราบขวาแล้วตัดเข้ามายิงเหมือนกับ บาเยิน มิวนิค ในปัจจุบันนั่นเอง

ซึ่งการที่ทีมเล่นแบบมีกองกลาง 3 คนพร้อมมีปีก 2 ข้างแน่นอนว่า "กองหน้า" ของคุณต้องครบเครื่อง ซึ่งทาง ดร็อกบา ตอบโจทย์นี้ได้ดีที่สุด มีความไวกับการจบสกอร์ในระดับหนึ่ง แต่เด่นทางด้านกายภาพและลูกกลางอากาศถือว่าเป็นอะไรที่เพอร์เฟคสำหรับนิยามของศูนย์หน้าในแบบฉบับ โชเซ่ มูรินโญ่

แต่อย่างว่าเรื่องแบบนี้มันเปลี่ยนไปตามกาลเวลาครับ.. ดร็อกบา กับ แลมพาร์ด ในวัยละอ่อน 27 ขวบถูกแทนที่ด้วย 33 ซึ่งถือว่าอายุน้อยกว่าทาง อังเดร วิลลาส โบอาส ผู้จัดการทีมคนปัจจุบันเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น

เหมือนที่ผมบอกไปว่าทีมตอนนี้เริ่มสะเปะสะปะเพราะอดีตกลาลที่เคยมีระบบการเล่นที่ตายตัวแน่นอนนั้นค่อนข้างเลือนจางลงไปไม่น้อย.. กรณีของ แลมพาร์ด กับ ดร็อกบา เป็นสิ่งที่รู้กัน.. ทว่าสิ่งที่ชัดเจนที่สุดก็คือตัวริมเส้นที่ไม่เด็ดขาดเหมือนเมื่อก่อนนั่นเอง

ครั้นจะให้จับเอา ฟลอล็องต์ มาลูด้า กับ นิโกล่าส์ อเนลก้า ไปยืนเป็นปีกกระชากลากถูให้กองหน้าก็ต้องบอกว่า "คุ้นเคย" แต่มันไม่ทรงประสิทธิภาพเหมือนเดิมจริงๆ ครับ..เพราะฉะนั้นในช่วงที่ อันเชล็อตติ ยังคุมทีมเขาจึงพยายามปรับทีมจาก 4 - 3 - 3 ให้ไปเล่นเป็น 4 - 3 - 2 - 1 โดยให้ มาลูด้า กับ อเนลก้า ที่เก่งเรื่องจังหวะและทักษะเป็นกองกลางตัวรุกเสียแทน

ต้องบอกว่าเป็นการขัดตาทัพที่เต็มเปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ของ คาร์โล อันเชล็อตติ แต่ดูเหมือนมันจะไม่ค่อยถูกใจ โรมัน อบราโมวิช เสียเท่าไหร่.. ผมเคยเขียนบทความขึ้นมาชิ้นหนึ่งแล้วว่าปัจจัยหลักที่ทำให้ อบราโมวิช ตัดสินใจปลด อันเชล็อตติ ออกมันเป็นเพราะเรื่องของอนาคตล้วนๆ ไม่เกี่ยวกับผลงานโดยรวมใน 2 ฤดูกาล

ไม่ใช่ว่า อันเชล็อตติ สร้างอนาคตไม่ได้นะครับ แต่ต้องเข้าใจด้วยว่าการยกระดับทีม เชลซี ของเสี่ยหมีนั่นหมายความว่าทีมต้องการที่จะประสบความสำเร็จอย่างทันท่วงทีตลอดเวลา.. อันเชล็อตติ มีแนวทางในการซ่อมโครงสร้างของทีมก่อน แล้วค่อยปรับปรุงเมื่อมันเกินเยียวยาจริงๆ แต่ว่า โรมัน ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงประเภทที่วางรากฐานทีมใหม่หมดจึงทำให้หวยไปลงล็อคพอดีที่ โบอาส นั่นเอง..

ผมเชื่อเลยว่าแฟนบอล เชลซี ทุกคนยังคงประทับใจในสิ่งที่ อันเชล็อตติ ทำเอาไว้แถมทางเจ้าตัวยังออกมาให้สัมภาษณ์เองด้วยว่ามีความสุขดีกับ 2 ปีที่ เชลซี แถมไม่โกรธเคือง โรมัน อบราโมวิช เพราะเข้าใจว่ามันเป็นวัฐจักรของฟุตบอล
arsenal pics
ว่ากันถึงศาสตร์ของเกมลูกหนังรูปแบบการเข้าทำหลักๆ นั้นมีอยู่ 2 ประเภทก็คือการจู่โจมริมเส้นกับพื้นที่ว่างตรงกลาง.. บางทีแฟนบอลอาจสงสัยว่า เชลซี นั้นเล่นไปในทิศทางไหนผมถึงได้บอกว่าทรงบอลค่อนข้าง สะเปะสะปะ

ยกตัวอย่างง่ายๆ จากทีมอื่นก็คือ แมนยูไนเต็ด มีระบบการเล่นที่ขึ้นบอลจากปีก 2 ข้างแล้วครอสเข้ามาให้กองหน้าเข้าชาร์จ.. ส่วนทางด้าน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อาศัยการเข้าทำตรงกลางเพื่อกดดันให้คู่แข่งหลุดพื้นที่แล้วค่อยเชือดแบบง่ายดาย

ที่ผมยก 2 ทีมนี้ขึ้นมาเป็นตัวอย่างเพราะนักเตะของพวกเขาสอดคล้องกับระบบการเล่นอย่างแท้จริงครับ.. ตลอดอายุการคุมทีมของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูซัน ไม่เคยขาดปีกชั้นนำระดับโลก นั่นจึงทำให้เมื่อมีระบบการเล่นที่ดี แถมสเปคนักเตะเข้าตามคอนเซปผลงานที่ออกมามันก็เลยเลิศหรูได้โดยไม่ต้องพึ่งสตาร์มากมาย

ส่วนอีกทีมที่มี โรแบร์โต้ มันชินี่ เป็นกุนซือนั้นขึ้นชื่ออยู่แล้วเรื่องการเล่นบอลจังหวะช้าแต่ชัวร์มาตั้งแต่สมัยคุม อินเตอร์ มิลาน เพราะฉนั้นการเจาะตรงกลางจึงเป็นอาวุธหลักของเขาเมื่อทีมมีกองกลางตัวรุกระดับพระกาฬอย่าง ดาบิด ซิลบา อยู่ในทีม

บางคนอาจมองว่าการมีรูปแบบการเล่นที่ตายตัวเกินไปมักถูกจับทางได้ง่ายเช่นเจอ ยูไนเต็ด ก็ปิดเกมริมเส้น.. เจอ ซิตี้ ก็คุมโซนปิดเกมพาสซิ่งตรงกลาง.. แต่ผมมองมุมกลับกันครับ ผมคิดว่าการทีมมีจุดแข็งของตัวเองนั้นเป็นเรื่องที่ดีเพราะในยามคับขันสามารถงัดจุดเด่นนี้มากดดันเรื่อยๆ จนกว่าจะมีใครตายกันไปข้าง

ประมาณว่าถ้าคุณคิดจะอุดเพื่อรักษาผลสกอร์ พวกผมก็พร้อมที่จะเล่นงานคุณด้วยสไตล์การเล่นของทีมผมเป็นหลักจนกว่าทีมของคุณจะเปิดช่องว่างให้เล่นงาน..

แต่ในทางกลับกันลองพิจารณา เชลซี ชุดนี้ดูอย่างถี่ถ้วนดีแล้วผมยังไม่เจอจุดเด่นของทีมที่ว่าเลย.. เกมริมเส้นมันก็ไม่ดีเยี่ยมเหมือนสมัย โชเซ่ มูรินโญ่.. พูดให้ถูกก็คือปีกธรรมชาติในทีมดูเหมือนจะมีเพียง ฟลอล็องต์ มาลูด้า เพียงคนเดียว.. แถมในปัจจุบันก็ฝากผีฝากไข้เอาไว้ไม่ค่อยได้เสียอีก

ส่วนเกมรุกตรงกลางดูเหมือน ฆวน มาต้า ก็ยังไม่ใช่คำตอบสำหรับคำว่า "มิดฟิลด์ตัวรุก" อย่างเต็มรูปแบบ เพราะต้องบอกว่า มาต้า ถนัดในการเล่นเป็นตัวฟรีมากกว่า ค่อนข้างที่จะเล่นเชิงสูงสลับไปมาทั้งทางด้านกราบซ้ายหรือมาเก็บบอลตรงกลางสนามก็ตาม

ในเมื่อทีมไม่มีจุดเด่นมันก็เลยเป็นปัญหาที่ตามมาก็คือ ทีมเวิร์ค น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด.. ซึ่งเมื่อมันเป็นเช่นนั้นนักเตะก็ต้องพึ่งความสามารถเฉพาะตัวมากกว่าที่จะไปเล่นเซตบอลแล้วเข้าทำถึงพื้นที่สุดท้ายง่ายๆ ในแบบที่ทีมชุดสุกงอมเคยทำกันมาก่อน

นี่คือปัญหาที่ใหญ่สุดของทีมในเวลานี้ซึ่งผมมองว่าของแบบนี้ต้องรับผิดชอบร่วมกันทั้งทีมครับ.. แต่จะไปโทษทาง อังเดร วิลลาส โบอาส เพียงคนเดียวไม่ได้ เพราะตัวกุนซือวัย 33 ปีเข้ามาทำทีมในช่วงที่คนอายุแตะหลัก 3 ล้นทีม.. เวลาเพียงครึ่งฤดูกาลไม่มีทางที่จะเสกระบบการเล่นขึ้นมาใหม่ได้เป็นแน่แท้

วันพุธที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

เดอ บรุยน์ ชูเสื้อฝันเป็นจริงซบเชลซี

"เควิน เดอ บรุยน์" ปีกทีมชาติเบลเยี่ยมบอกว่าความฝันของตัวเองได้เป็นจริงแล้ว หลังจากที่เขาได้เซ็นสัญญาเข้าสู่ทีม "สิงโตน้ำเงินคำราม" เชลซี แห่งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ระยะเวลา 5 ปีครึ่ง ก่อนตลาดซื้อ-ขาย นักเตะ ปิดในวันอังคารที่ 31 มกราคมที่ผ่านมา

โดยความฝันของดาวรุ่งชาวเบลเยี่ยมครั้งนี้จะเป็นจริงต้องรอให้จบฤดูกาลนี้เสียก่อนเนื่องจากต้องกลับไปเล่นให้กับสโมสร ราซิง เกงค์ ในลีกบ้านเกิด ด้วยการยืมตัวไปก่อน ตามที่ตกลงกันไว้ในสัญญาดังกล่าว จึงจะกลับมาสู่ถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ได้อีกครั้งหนึ่งในฤดูกาลหน้า

เว็บไซด์ของสโมสรเผยภายหลังที่ เดอ บรุยน์ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมโดยกล่าวว่า "สมัยที่ผมอยู่ที่เกงค์ ลีกในบ้านเกิด ตอนนั้นเป็นเยาวชนของทีมและฝันอยากจะมาร่วมทีมเชลซีให้จงได้ แล้วตอนนี้ ความฝันของผมที่ได้เป็นจริง ของจริงเพิ่งเริ่มต้น เราต้องทำงานหนัก ยังมีหลายเกมที่ต้องเผชิญ ถ้าทีมผลงานไม่ดี ก็ต้องโชว์ศักยภาพของตัวเองที่มีอยู่ให้ทีมเห็นให้ได้ สมัยทีเล่นให้เกงค์ อยู่ในตำแหน่งปีกซ้าย แต่สมัยเยาวชนเล่นมิดฟิลด์ตัวกลาง และถนัดเล่นได้ทั้งเท้าซ้ายและขวาโดยเฉพาะข้างขวา ซึ่งมีส่วนที่ทำให้ทีมเกงค์ คว้าแชมป์ลีกได้สำเร็จ"

ซึ่งดาวรุ่งวัย 20 ปี เผยถึงสาเหตุที่มาเชลซีว่า "สาเหตุที่ผมมาอยู่ที่นี่เพราะแม่มีเชื้ออังกฤษครึ่งหนึ่ง เมื่อตอนเด็ก ครอบครัวของผมเป็นแฟนบอลทีมลิเวอร์พูล แต่ในตอนนี้ผมเล่นให้กับเชลซีก็ต้องแสดงความเป็นมืออาชีพ ต้องแยกให้ออกระหว่างส่วนตัวกับงานให้ได้ โดยฤดูกาลหน้าจะย้ายมาอยู่ที่ลอนดอน คงจะพักแถบค็อปแฮม ถ้าอยู่แล้วดี ก็คงอยู่ที่นั่นถาวรเลย"

ทั้งนี้ปีกชาวเบลเยี่ยมได้คุยกับเพื่อนร่วมชาติอย่างโรเมลู ลูกากู เมื่อวันจันทร์ที่30 มกราคมก่อนที่เชลซีเสมอกับสวอนซี ซิตี้ที่สนาม ลิเบอร์ตี สเตเดียม ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ และ ธิโบต์ คูร์ตัวส์ ที่ตอนนี้ย้ายไปอยู่ที่ แอตเลติโก มาดริด ด้วยสัญญายืมตัว เรียบร้อยแล้ว

สำหรับผลงานของเดอ บรุยน์ สมัยเล่นที่ ราซิง เกงค์ ลีกแห่งเบลเยี่ยม โดยยิงได้ 5 ประตู และจ่ายให้เพื่อนทำประตูได้ 16 ครั้งช่วย ให้ ต้นสังกัดคว้าแชมป์ลีกมาครองได้เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา รวมถึงฤดูกาลล่าสุดที่นำทีมต้นสังกัด เจอกับทีม เชลซี ในเกม ยูฟา แชมป์เปียนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ทั้งสองนัด โดยแพ้ เชลซี ค่าถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ไป 0-5 ก่อนจะกลับมาเสมอในบ้านตัวเอง 1-1 เมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายน 2011

เจที ยังยึดกัปตันสิงห์-วืดบู๊ผี

อันเดร วิลลาส-โบอาส ผู้จัดการทีมเชลซี ยืนยันว่า จอห์น เทอร์รี ปราการหลังจอมแกร่งจะยังคงทำหน้าที่กัปตันทีมในระดับสโมสรต่อไป อย่างไรก็ตาม แนวรับทีมชาติอังกฤษจะพลาดลงสนามในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่จะเปิดบ้านต้อนรับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด วันอาทิตย์นี้ เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บ

“เจที” เพิ่งถูกสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) สั่งริบปลอกแขนกัปตันทีมชาติอังกฤษเป็นครั้งที่ 2 หลังถูกดำเนินคดีในข้อหาเหยียดสีผิว แอนทอน เฟอร์ดินานด์ เซนเตอร์ฮาล์ฟควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส แต่ วิลลาส-โบอาส เจ้านายในทีม “สิงโตน้ำเงินคราม” ยังคงให้ความไว้วางใจดาวเตะวัย 31 ปีในการเป็นผู้นำทีมต่อไป

โดย “เอวีบี” กล่าวว่า “ผมไม่สามารถพูดอะไรได้เกี่ยวกับการตัดสินใจของสมาคมฟุตบอลอังกฤษ แต่ จอห์น จะยังเป็นกัปตันทีมของเราต่อไป การดำเนินคดีกับเขาจะไม่ส่งผลต่อการตัดสินใจของผมอย่างแน่นอน”

ขณะเดียวกัน กุนซือหนุ่มชาวโปรตุเกสยืนยันอีกว่า เทอร์รี จะไม่ได้ลงสนามช่วยทีม เชลซี ในบิ๊กแมตช์ พรีเมียร์ลีก วันอาทิตย์ที่ 5 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งจะเปิดสนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ ต้อนรับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เนื่องจากมีปัญหาบาดเจ็บบริเวณเข่า และคาดว่าจะคืนสนามได้ในเกมเยือน เอฟเวอร์ตัน วันเสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์นี้

โบอาส แหย่ เวบบ์ มอบจุดโทษผีเอาใจป๋า

อังเดร บียาส-โบอาส กุนซือ เชลซี ข้องใจการทำหน้าที่ของ ฮาเวิร์ด เวบบ์ ผู้ตัดสินในเกมพรีเมียร์ชิป อังกฤษ ที่ "สิงห์บลู" พลาดท่าถูก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตามตีเสมอ 3-3 ทั้งที่นำก่อน 3-0 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยเฉพาะจุดโทษลูกที่ 2 ที่มอบให้ "ผีแดง" ว่าอาจเป็นการชดเชย หลังจากไม่เป่าให้ทีมของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จากจังหวะที่ชัดเจนว่าในครึ่งแรก

เชลซี น่าจะเก็บสามคะแนนเต็มในเกมที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ หลังออกนำห่าง 3-0 ในช่วงต้นครึ่งหลัง แต่ แมนฯ ยูไนเต็ด พลิกสถานการณ์กลับมาได้ โดยจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นจากการได้ 2 จุดโทษ ในจังหวะที่ ปาทริซ เอฟรา และ แดนนี เวลเบ็ก ถูกทำฟาวล์

ด้าน บียาส-โบอาส ยอมรับได้กับจุดโทษลูกแรก แต่ไม่เข้าใจการตัดสินของ เวบบ์ ในลูกที่สอง เพราะไม่ชัดเจน โดยจังหวะดังกล่าว เวลเบ็ก ถูก บรานิสลาฟ อิวาโนวิช สกัดล้มลงในเขตโทษ แต่จากภาพช้ากลายเป็นกองหน้าดาวรุ่งเอาเท้าไปเกี่ยวขาของกองหลังชาวเซิร์บเอง

หลังจบเกมกุนซือชาวโปรตุกีสแสดงความเห็นว่า เวบบ์ ตัดสินจังหวะดังกล่าว เนื่องจากความกดดัน หลังทำให้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน นายใหญ่ "ผีแดง" ไม่พอใจที่ไม่ยอมให้จุดโทษในครึ่งแรกจากจังหวะที่ เวลเบ็ก ถูก แกรี เคฮิลล์ เสียบซึ่งมีความชัดเจนกว่า

"แน่นอนว่ามันเป็นผลการแข่งขันที่ยากจะยอมรับ ชัยชนะอยู่ในกำมือเราแล้ว แต่เราปล่อยให้มันหลุดลอยไปเอง" บียาส-โบอาส กล่าว "วันนี้มีการตัดสินที่แปลกๆหลายครั้ง สิ่งเหล่านี้ยังคงเกิดขึ้น ลูกโทษแรกเป็นจุดโทษซึ่งผมเห็นด้วย แต่ลูกที่สองเราโชคไม่ดี ผมไม่รู้ว่าเป็นเพราะ ฮาเวิร์ด เวบบ์ ต้องการชดเชยอะไรบางอย่างหรือเปล่า"

เชลซีถ้าวืดยูซีแอล

ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ กองหน้าทีมชาติอังกฤษ ส่อแววโบกมือลา เชลซี ช่วงซัมเมอร์นี้แน่นอน ถ้าหากว่าวืดโควตา ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก จากการตีข่าวของ "เดอะ ซัน" (THE SUN) แท็บลอยด์หัวดังประจำเมืองผู้ดี

ก่อนหน้านี้มีข่าวว่า สเตอร์ริดจ์ ไม่พอใจบทบาทตนเองภายใต้การคุมทัพของ อังเดร บียาส-โบอาส กุนซือชาวโปรตุกีส เนื่องจากต้องฉีกไปเล่นกองหน้าริมเส้นกราบขวา ผลงานปัจจุบันของ เชลซี ก็ไม่สู้ดีรั้งอันดับ 5 มี 43 แต้มเท่ากับ อาร์เซนอล ถูกอันดับ 3 ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ ทิ้งไปถึง 10 แต้มขณะที่เหลืออีก 13 นัดเท่ากับว่าโควตา ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก ปีหน้าอาจจะเหลือแค่ใบเดียว

อาร์เซนอล อยากได้ สเตอร์ริดจ์ ที่เหลือสัญญากับ เชลซี จนกระทั่งสิ้นสุดฤดูกาลหน้าไปร่วมทัพ ซึ่งก็มีความเป็นไปได้ถ้าหากทีมวืดโควตา แชมเปียนส์ ลีก แหล่งข่าวประจำถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ เผยว่า "ดาเนียล จะต้องรู้สึกกระวนกระวายใจ หาก เชลซี วืดท็อปโฟร์ เพราะว่าอยากพิสูจน์ตัวเองกับการเล่นฟุตบอลระดับสูงโดยเฉพาะ แชมเปียนส์ ลีก ไม่ใช่ ยูโรปา ลีก"

สเตอร์ริดจ์ ย้ายจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี เมื่อปี 2009 ฤดูกาลที่แล้วถูกปล่อยให้ โบลตัน วันเดอเรอร์ส ยืมตัวใช้งาน กลับมาปีนี้ฟอร์มของแข้งวัย 22 ปีเข้าตาด้วยการซัดไปแล้วรวมทุกรายการ 10 ประตูนำเป็นดาวซัลโวทีมตอนนี้
เชลซี ออกมายืนยันการพูดคุยกันระหว่าง โรมัน อบราโมวิช เจ้าของทีม กับ อังเดร บียาส-โบอาส กุนซือหนุ่ม เป็นการพูดคุยตามปกติ โดยเกิดขึ้นก่อนหน้าเกมพรีเมียร์ชิป อังกฤษ ที่ "สิงห์บลู" พลาดท่าถูก "ผีแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไล่ตามตีเสมอ 3-3 ทั้งที่ออกนำห่าง 3-0 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา

อบราโมวิช มีการพูดคุยกับ บียาส-โบอาส ประมาณ 20 นาที หลังมาเยี่ยมชมบรรดา

นักเตะ "สิงห์บลู" ฝึกซ้อมกันที่สนามซ้อมของสโมสร เมื่อวันเสาร์ที่ 4 ก.พ. ก่อนที่วันถัดไป มหาเศรษฐีชาวรัสเซียนั่งชมเกมที่สนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ ซึ่ง เชลซี พลาดทำคะแนนหายไป 2 แต้มให้แก่ทีมของ เซอร์ อเลกซ์ เฟอร์กูสัน

เนื่องจากขึ้นชื่อในเรื่องการปลดผู้จัดการทีม ดังนั้นจึงเกิดข่าวลือว่า อบราโมวิช ไม่พอใจผลงานของ บียาส-โบอาส เพราะปัจจุบัน เชลซี อยู่อันดับที่ 4 ของตารางมีคะแนนตามหลังจ่าฝูง "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี ห่างถึง 14 แต้ม ขณะเดียวกันก็ถูกทีมอันดับ 5 นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ไล่ตามเพียงคะแนนเดียว

แต่ล่าสุดโฆษกของทีมดังแห่งกรุงลอนดอนออกมาปฏิเสธ โดยกล่าวว่า "โรมัน อบราโมวิช ชอบที่จะไปยังสนามซ้อมคอปแฮมและดูการฝึกซ้อม เมื่อไรก็ตามที่เขาสามารถทำได้ เขาสามารถทำได้เมื่อวันเสาร์และมีการพูดคุยที่ดีกับ อังเดร บียาส-โบอาส หลังจากการฝึกซ้อม ซึ่งมันเป็นเรื่องปกติ"

"สิงห์บลูส์" เชลซี ให้คว้าชัยใน 2 นัดต่อจากนี้

อังเดร บียาส-โบอาส เจอประกาศิตจาก "สิงห์บลูส์" เชลซี ให้คว้าชัยใน 2 นัดต่อจากนี้เกมเจอ เบอร์มิงแฮม ซิตี ศึกเอฟเอ คัพ อังกฤษ และชน นาโปลี ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก มิเช่นนั้นคงต้องทางใครทางมัน

แม้ อังเดร บียาส-โบอาส ประกาศผ่านสื่อว่ายังได้รับการสนับสนุนที่ดีจาก โรมัน อบราโมวิช เจ้าของทีม อย่างไรก็ดี จากการที่ "เสี่ยหมี" ต้องบุกสนามซ้อม เชลซี บ่อยครั้ง จากฟอร์มต้นสังกัดในกรุงลอนดอนไม่สู้ดี รั้งเพียงอันดับ 5 ของตารางพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ทั้งยังมีกระแสแข้ง "สิงห์บลูส์" ไม่เชื่อมือกุนซือคนหนุ่มชาวโปรตุกีส ชื่อของ กุส ฮิดดิงก์ จอมเก๋าชาวดัตช์จึงมีสิทธิรีเทิร์นสู่ถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์

ล่าสุด "ลอนดอน อีฟนิง สแตนดาร์ด" ตีข่าวคึกโครม เชลซี เตรียมให้โอกาส "เอวีบี" พิสูจน์ฝีมืออีก 2 เกม ได้แก่เอฟเอ คัพ รอบ 16 ทีมสุดท้าย ที่มีคิวเปิดรังชน เบอร์มิงแฮม ซิตี เสาร์ที่ 18 กุมภาพันธ์นี้ รวมถึงนัดเยือน "อัซซูรา" นาโปลี ที่อิตาลี ศึกยูฟา แชมเปียนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก อังคารหน้า ซึ่งถ้าไม่ได้ผลการแข่งขันอันน่าพอใจ มร.อบราโมวิช พร้อมเรียก โบอาส มาถกกันเป็นการส่วนตัว ซึ่งอาจนำไปสู่การยกเลิกสัญญาได้

อย่างไรก็ดี อนาคต โบอาส ในวงการลูกหนังอาจไม่ดับเสียทีเดียว เมื่อ ปินโต ดา คอสตา ประธานสโมสรเอฟซี ปอร์โต ต้นสังกัดเก่า ปริปากเชื่อว่ากุนซือวัย 34 ปี มีสิทธิไปได้งานกับ "งูใหญ่" อินเตอร์ มิลาน ซึ่งดูเหมือนความปราชัยติดๆ กันในกัลโช เซเรีย อา อิตาลี แรงกดดันเริ่มบีบ เคลาดิโอ รานิเอรี เข้าทุกขณะ

โดย ดา คอสตา ทิ้งท้ายว่า "ถ้า อังเดร (บียาส-โบอาส) เกิดต้องย้ายออกจากเชลซีจริงๆ เขาจะกลายเป็นโค้ชคนต่อไปของ อินเตอร์ มิลาน"